3G หรือ Third Generation เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 อุปกรณ์การสื่อสารยุคที่ 3 นั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสาน
การนำเสนอข้อมูล และ เทคโนโลยีในปัจจุบันเข้าด้วยกัน เช่น PDA โทรศัพท์มือถือ Walkman, กล้องถ่ายรูป และ
อินเทอร์เน็ต 3G เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อเนื่องจากยุคที่ 2
และ 2.5 ซึ่งเป็นยุคที่มีการให้บริการระบบเสียง
และ การส่งข้อมูลในขั้นต้น ทั้งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก การพัฒนาของ 3G ทำให้เกิดการใช้บริการมัลติมีเดีย และ
ส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอัตราความเร็วที่สูง
หากเอาความเร็วของการส่งถ่ายข้อมูลมาเป็นตัวแบ่งก็ได้ดังนี้
1G โทรได้อย่างเดียว ใช้สัญญาณ analog
2G voice และ sms หน้าจอขาวดำ พวก 3310
เสียงเรียกเข้าโมโนโทน สัญญาณ digital Killer Application คือ
สามารถส่งข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ได้
2.5G รับส่งข้อมูลได้เยอะขึ้น(จากเดิมแค่ sms ) เล่นเน็ตบน GPRS ความเร็วทั่วไปอยู่ที่
115Kbps แต่ในไทยสามารถใช้ได้แค่ 40Kbps เริ่มเป็นหน้าจอสี โพลีโฟนิก
2.75G เล่นเน็ตแบบ EDGE ความเร็วทั่วไปอยู่ที่
236-360 kbps แต่เมืองไทย ใช้ได้แค่ 160 Kbps (ปัจจุบันมีการขยายอัตราความเร็วมากถึง 360 Kbps แล้ว) แต่ว่าการใช้งานอินเตอร์เน็ตในยุค 2g
อัตราความเร็วยังช้าอยู่
ความจุข้อมูลน้อยและจะต้อง login เข้าระบบก่อนใช้งานเสมอ
3G เป็นสัญญาณแบบ Wireless ใช้อินเตอร์เน็ตได้เร็วสูงสุด 14.4 Mbps แต่ในไทยใช้ได้สูงสุด 7.2 Mbps อัตราความเร็วต่ำสุด
ถ้ายังสูงกว่า EDGE ถึงจะช้าแค่ไหนก็ยังถือว่าไม่มีปัญหา
ผู้ใช้ login ตลอดเวลาแบบ always on คือ
ไม่ต้องมีการล็อกเข้าใช้งาน แต่จะเริ่มคิดค่าบริการเมื่อตัวเลขการใช้ข้อมูลวิ่งKiller Application สำหรับยุคนี้คือ VDO
Call เพราะสามารถส่งทั้ง ภาพ, เสียงและ ข้อมูลได้พร้อม ๆ กัน
3.9G คือระบบที่กำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน
ว่ากันว่าจะทำให้สามารถเล่นเน็ตและคุยวิดีโอคอลล์ไปพร้อม ๆ กันได้หลาย ๆ
บริษัทโฆษณาว่าเป็น 4G แต่ ITU ก็ยังไม่อนุมัติให้เป็น 4G เพราะยังไม่มี Killer
Application ออกมา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น